หนุ่มฟลอริดา สวมบท “Grim Reaper” ขอประชาชนสวมหน้ากากอนามัย

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ต้นเหตุของโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ครองแชมป์จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดของโลก และเชื่อกันว่าหนึ่งในสาเหตุที่ชาวอเมริกันติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นจำนวนมากก็คือ “ผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ” ซึ่งเมื่อประกอบกับการไม่สวมหน้ากากในพื้นที่สาธารณะ และการรวมตัวกันของประชาชนจำนวนมาก ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการแพร่เชื้อในวงกว้าง

ล่าสุดมีผลการวิจัยที่สนับสนุนแนวคิด “การระบาดเงียบ” (silent transmission) หรือการแพร่เชื้อไวรัสจากผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ หรือแพร่เชื้อก่อนที่จะแสดงอาการ ว่าอาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชาวอเมริกันราว 50% ติดเชื้อไวรัส

งานวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ระบุว่า ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ซึ่งมีจำนวนกว่า 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด ต้องได้รับการระบุตัวตนและแยกตัวออกจากสังคม เพื่อยับยั้งการระบาดในอนาคต

อลิสัน กัลวานี ผู้อำนวยการศูนย์แบบจำลองและการวิเคราะห์โรคติดเชื้อ มหาวิทยาลัยเยล ได้ใช้แบบจำลองการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เพื่อระบุขอบเขตของการระบาดเงียบ โดยคิดเป็น 17.9 – 30.8% ของการติดเชื้อทั้งหมด ซึ่งจากการคำนวณตัวเลขผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการที่ 17.9% ทีมวิจัยพบว่า 48% ของการแพร่เชื้อ จะเป็นการแพร่เชื้อก่อนที่จะแสดงอาการ ในขณะที่การแพร่เชื้อโดยไม่แสดงอาการ คิดเป็น 3.4% ของการแพร่เชื้อทั้งหมด

หากจำนวนผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการอยู่ที่ 30.8% นักวิจัยพบว่า การแพร่เชื้อก่อนที่จะแสดงอาการจะอยู่ที่ 47% ของผู้ที่ติดเชื้อ และการแพร่เชื้อที่ไม่แสดงอาการจะอยู่ที่ 6.6% ตามลำดับ

จากแบบจำลองดังกล่าว อาจสันนิษฐานได้ว่า โรคโควิด-19 อาจจะสามารถแพร่เชื้อได้มากในช่วงก่อนแสดงอาการ ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบว่า การแยกตัวผู้ป่วยที่แสดงอาการทันทีอาจไม่เพียงพอต่อการควบคุมโรค

สำหรับการควบคุมการระบาดให้มีผู้ป่วยน้อยกว่า 1% ของประชากรทั้งหมด งานวิจัยระบุว่า นอกเหนือจากการแยกตัวผู้ป่วยที่แสดงอาการแล้ว ควรระบุตัวและแยกผู้ที่แพร่เชื้อโดยไม่แสดงอาการ จำนวนมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่แพร่เชื้อโดยไม่แสดงอาการทั้งหมด พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า จำเป็นต้องมีการตรวจหาเชื้อและติดตามการสัมผัสโรค ควบคู่ไปกับการรักษาระยะห่างทางสังคมและการอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

RELATED POST

ปักกิ่งเดือด-ไล่เรือรบอเมริกันใกล้หมู่เกาะพาราเซล ลั่นตอบโต้หลังบริษัทจีนถูกแซงก์ชันอีกกว่า 10 ราย

กองทัพจีน “ขับไล่” เรือรบอเมริกันออกนอกน่านน้ำใกล้หมู่เกาะพาราเซลเมื่อวันจันทร์ (12 ก.ค.) หรือหนึ่งวันหลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เทศนาพญามังกรอย่าริอ่านโจมตีฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ วันเดียวกันนั้น ปักกิ่งยังประกาศจะตอบโต้มาตรการล่าสุดของวอชิงตันที่ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนเพิ่มอีกกว่าสิบรายด้วยข้อกล่าวหาว่า รู้เห็นเป็นใจช่วยกดขี่มุสลิมอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในซินเจียง กองบัญชาการยุทธบริเวณภาคใต้ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) แถลงว่า เรือยูเอสเอส เบนโฟลด์ เข้าสู่น่านน้ำใกล้หมู่เกาะพาราเซลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังบ่อนทำลายเสถียรภาพของทะเลจีนใต้…

เซินเจิ้น เผยแผนสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ตึกกลางน้ำรูปทรงเหมือนหลุดมาจากโลกอนาคต!

นักเขียนผู้ชื่นชอบในการท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และผจญภัย เดินทางออกไปหาสถานที่ใหม่ๆ เพื่อนำมาบอกเล่าผ่านตัวอักษรและรูปภาพ เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน มีแผนเตรียมสร้างสถาปัตยกรรมแห่งใหม่ที่ท้าทายความสามารถในการออกแบบของมนุษย์ กับตึกสูงที่จะสร้างขึ้นกลางแม่น้ำมีรูปทรงเหมือนหลุดมาจากหนังในโลกอนาคตเลย ผลงานการออกแบบนี้สร้างสรรค์โดย Sou Fujimoto สถาปนิตชื่อดังชาวญี่ปุ่น ที่มีไอเดียต้องการจะสร้างตักแห่งนี้ให้อาคารสูงแห่งนี้มีความดึงดูดความสนใจไม่ต่างจากหอไอเฟล และยังต้องการให้เป็นอาคารที่แสดงถึงยุคของความหลากหลายในสังคมอีกด้วย อาคารนี้สูง 268 เมตร ตั้งอยู่ที่อ่าว Qianhai…

น่ากังวล! โควิด-19 ‘เดลตา’ แผลงฤทธิ์ทำยอดป่วย-ตายพุ่งทั่ว ‘อาเซียน’

หลายประเทศในอาเซียนกลับมาเผชิญวิกฤตยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นจนน่ากังวล ขณะที่แผนการกระจายวัคซีนซึ่งยังคงล่าช้า บวกกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดกลายพันธุ์ “เดลตา” ทำให้การควบคุมโรคดูเหมือนจะยากลำบากขึ้นเป็นทวีคูณ ในขณะที่ประเทศแถบยุโรป เช่น อังกฤษ, เยอรมนี และฝรั่งเศส เริ่มกำหนดแผนคลายล็อกเพื่อเปิดเศรษฐกิจ รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับต้องฟื้นมาตรการคุมเข้มทางสังคมอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าการล็อกดาวน์แบบจำกัดจะช่วย “ตัดวงจร” การระบาดที่ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค. อินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลกเป็นชาติที่เจอการระบาดหนักหน่วงที่สุดในอาเซียน…

ยังจำกันได้ไหม?เจ้าหนูฮีโร่เซ็นสัญญาอาชีพลิเวอร์พูลแล้ว

ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันเมื่อวันพุธที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า โอ๊คลี่ย์ คันโนเนียร์ กองหน้าวัย 17 ปี เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับสโมสรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คันโนเนียร์ เคยเป็นฮีโร่ช่วยให้ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่ม…