ซีรี่ย์ฝรั่ง Hanna SS1-2 เด็กสาวนักฆ่าผู้โดดเดี่ยว เหงา เศร้า แต่อบอุ่น

ซีรี่ย์ฝรั่ง Hanna SS1-2 เด็กสาวนักฆ่าผู้โดดเดี่ยว เหงา เศร้า แต่อบอุ่น ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการสร้างใหม่จากฉบับภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดเมื่อปี 2011 ในชื่อเดียวกัน (ชื่อไทย เหี้ยมบริสุทธิ์) และก็เปลี่ยนทีมสร้างใหม่หมด แต่เรื่องราวก็ยังอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปเหมือนเดิม และก็ยังคงเนื้อเรื่องหลักกับตัวละครตามภาพยนตร์ไว้แบบถอดแบบฉากต่อฉากเลยในซีซั่น 1 ครึ่งแรก จากนั้นก็เพิ่มเติมรายละเอียดกับเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อให้เป็นเวอร์ชั่นซีรีส์ ซึ่งถ้าใครอยากตัดสินใจดูไวๆ ว่าชอบหรือไม่ชอบก่อนดูซีรีส์ แนะนำให้ดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์ก่อน

ตัวเรื่องใน 4 ตอนแรกยังคงเป็นเหมือนภาพยนตร์คือเริ่มจากย้อนอดีตไปจุดกำเนิดฮันนาตั้งแต่ยังเป็นทารก ในสถานที่ทดลองของหน่วยงาน CIA ลับสุดยอดกับโปรเจ็กต์ชื่อ Utrax (ยูแทร็ก) ซึ่งเธอถูก “อีริค” ทหารรับจ้างของ CIA ในโปรเจ็กต์นี้เองลักพาตัวออกมา ก่อนที่ทางยูแทร็กจะส่งหน่วยไล่ล่าที่นำโดย CIA สาว “มาริสซา” มาตามเอาทารกคืน แต่เธอทำงานพลาด แม่ของฮันนาตายระหว่างหลบหนี อีริคเองก็พาฮันนาหนีเข้าไปในป่าลึกของโรมาเนีย และใช้ชีวิตอยู่ในป่าตั้งแต่นั้นมา โดยฝึกหนักฮันนาตั้งแต่เด็กให้รอบรู้ทุกอย่างทั้งด้านวิชาการและความสามารถนักฆ่า เพื่อที่วันหนึ่งไม่มีเขาแล้วฮันนาจะยังอยู่ได้ด้วยตัวเองต่อไป

ตัวเรื่องเริ่มจริงๆ คือ 15 ปีต่อมา และฮันนาก็เริ่มสงสัยในอดีตของตัวเอง และคำสั่งของพ่อที่ห้ามออกจากป่า เธอฝ่าฝืนคำสั่งนี้และก็ได้เจอกับการไล่ล่าของทีมจากยูแทร็ก และมาริสซาที่ยังต้องการปิดบัญชีในอดีตให้เรียบร้อย ซึ่งเรื่องใน 4 ตอนแรกจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพยนตร์คือ ฮันอยากรู้อยากเห็น และได้พบเพื่อนใหม่ที่บังเอิญเจอระหว่างพลัดหลงกับพ่อ และก็หันมาใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นปกติ แต่ว่ากลับเป็นภัยต่อตัวเธอเอง

ซีรีส์ยังคงเดินไปในอารมณ์เดียวกับภายนตร์คือ ไม่ใช่หนังบู้แอ็กชั่นตรงๆ แม้ว่าฉากแอ็กชั่นที่ใส่มาจะไม่น้อย และก็ทำได้โหด 18+ มีความรุนแรงสูง ถึงตัวนางเอกจะเป็นแค่เด็กสาววัยรุ่นตัวเล็กๆ แต่ตัวเรื่องหลักตั้งอยู่บนอารมณ์เหงา เปล่าเปลี่ยว แต่อบอุ่น ของชีวิตฮันนากับอีริค ที่ทั้งคู่กลายเป็นคนนอกสังคม และเมื่อกลับมาในสังคมปกติกลับกลายเป็นภัยต่อตัวเอง ตัวเรื่องเน้นหนักไปที่การเติบโตของฮันนา คล้ายๆ เมาคลีในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เธอเรียนรู้แต่การล่าสัตว์เอาชีวิตรอดในป่า พ่อสอนว่าไม่ควรไว้ใจใคร แม้แต่เหตุผลก็ไม่ยอมเล่าออกมา จนกลายเป็นฮันนาต้องพยายามหาทางเรียนรู้ชีวิตในสังคมปกติด้วยตัวเอง ซึ่งก็เป็นแนวดราม่าชีวิตวัยรุ่นวัยแรกรุ่นของเธอ สำหรับคนที่ต้องการดูแต่แอ็กชั่นอาจจะน่าเบื่ออยู่บ้าง แต่ว่าส่วนนี้เป็นสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้โดดเด่นแตกต่างจากหนังนักฆ่าผู้หญิงที่มีมาก่อนแล้ว ตัวเรื่องมีโทนอบอุ่นเหงาๆ ระหว่างฮันนากับอีริค ที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่รักและเลี้ยงดูฮันนามาเหมือนลูกจริงๆ เป็นฟีลของเรื่องที่ละมุนมาก แม้จะฉาบไปด้วยเหตุการณ์รุนแรงตลอด ซึ่งทำให้คนดูอินกับความรักระหว่างสองคนนี้ได้ไม่ยาก และเอาใจช่วยให้ทั้งคู่หาทางใช้ชีวิตพ่อลูกกันสองคนให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้ขยายความและทำออกมาดีงามกว่าภาพยนตร์มาก ถ้าใครชอบจุดนี้ของภาพยนตร์ แนะนำว่าตัดสินใจดูได้เลยครับ

ครึ่งหลังของซีซั่น 1 คือทิศทางใหม่ของเรื่อง ตัวเรื่องเปลี่ยนให้ มาริสซา มีบทลึกซึ้งทางอารมณ์กับฮันนามากกว่าในภาพยนตร์ที่จ้องไล่ฆ่าอย่างเดียว และก็เป็นส่วนที่ช่วยให้โทนเหงาอบอุ่นของเรื่องดีขึ้นไปอีก ตัวมาริสซาจะมีความย้อนแย้งในใจกับสิ่งที่เคยทำในอดีตกับอีริค และก็กลายเป็นตัวละครสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตฮันนาในโลกปกติต่อมา

จุดเปลี่ยนของสองเวอร์ชั่นนี้อีกจุดคือ Utrax ในซีรีส์ไม่ได้ปิดตัวหลังเมื่อ 15 ปีก่อนหลังการหายไปคงฮันนา และก็นำมาซึ่งการทดลองสร้างฮันนาในเวอร์ชั่นสมบูรณ์กว่า มีจำนวนมากหลายสิบคน ซึ่งตัวเรื่องจุดนี้จะอยู่ท้ายๆ ซีซั่น 1 และก็นำเสนอตัวละครเด็กสาวในแบบเดียวกับฮันนาเพิ่มมาอีกหลายคน และก็ไปต่อที่ซีซั่น 2 ถึงเป้าหมายที่แท้จริงของ Utrax ว่าคืออะไร และทำไมเด็กสาวอย่างฮันนาถึงมีความสามารถพิเศษบางอย่าง เช่น การที่ประสาทหูได้ยินดีกว่าคนปกติมากมาย เป็นต้น

ในซีซั่น 2 เรื่องจะกระจายความสำคัญของตัวละครในแบบเดียวกันฮันนาเพิ่มมาอีกหลายคน และก็มุ่งเน้นไปที่รายละเอียดโปรเจ็กต์ยูแทร็กที่ในภาพยนตร์ไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ให้ครบว่าเอาทารกที่เติบโตมาต้องทำอะไรบ้าง ในซีซั่นเรื่องจะเป็นการฝึกเด็กสาวรุ่นใหม่แบบเดียวกับฮันนาขึ้นมาเป็นกองทัพย่อมๆ ฉากแอ็กชั่นพอๆ กับซีซั่นแรก แต่ว่าอาจจะด้อยกว่าตรงที่ตัวละครกระจายไปยังเด็กๆ อีกหลายคนจนดูเหมือนจะเน้นชีวิตวัยรุ่นเยอะไปหน่อย และมีฉากขับคันเอาตัวรอดง่ายกว่าในซีซั่นแรก จนดูดรอปลงบ้าง แต่โทนอารมณ์เหงาๆ เศร้าๆ ยังคงอยู่เช่นเดิม ซึ่งถ้าใครชอบจุดนี้ของซีซั่นแรก ก็ยังถือว่าไม่ผิดหวังครับ

ตัวเรื่องจากที่วางไว้น่าจะจบที่ซีซั่น 3 ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร ก็เป็นซีรีส์แนวแอ็กชั่นที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์มาเป็นของตัวเองได้ดีเลย แม้ว่าจะไม่ถึงกับบู้สุดๆ ตลอดเวลาแบบเรื่องแนวเดียวกัน อย่าง Treadstone ที่พล็อตคล้ายๆ กันในเรื่ององค์กรสร้างฝูงนักฆ่าของ CIA แต่ว่าเรื่องให้อารมณ์ดราม่า เหงา เศร้า ซึมลึก อบอุ่น เป็นอะไรที่หาได้ยากที่จะทำให้ลงตัวแบบเรื่องนี้ครับ ที่ผู้เขียนนึกออกมีแค่ ลีออง (Léon: The Professiona) เท่านั้นที่มีโทนหนังนักฆ่าอารมณ์เหงาๆ เปล่าเปลี่ยวแต่อบอุ่นด้วยความสัมพันธ์พ่อลูกนักฆ่าแบบนี้ครับ

RELATED POST

ทางการ! เชลซีเซ็น “เบตติเนลลี่” เฝ้าเสา

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้โกลมือสามคนใหม่แล้ว โดยล่าสุดกระชากตัว มาร์คัส เบตติเนลลี่ อดีตนายทวาร ฟูแล่ม มาร่วมก๊วนแบบฟรีๆ เรียบร้อย เจ้าตัวรับเหมือนฝันเป็นจริงที่ได้มาเฝ้าเสาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันพุธที่ 28…

มาแล้ว!เดปอลเปิดตัวกับแอตมาดริดอย่างเป็นทางการ

โรดริโก้ เด ปอล สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินา เปิดตัวกับ แอตเลติโก มาดริด อย่างเป็นทางการเรียบร้อย หลังปิดดีลได้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แอตเลติโก มาดริด สโมสรแชมป์ ลา ลีกา สเปน ฤดูกาลล่าสุด เปิดตัว โรดริโก้…

“เรือใบ” เดินหน้าทาบ “กรีลิช” แล้ว

แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์พรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี ตกเป็นข่าวเริ่มต้นเปิดโต๊ะคุยกับ แอสตัน วิลลา เพื่อขอซื้อตัว แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทัพแล้ว ฟาบริซิโอ โรมาโน กูรูตลาดลูกหนังชาวอิตาเลียน รายงานว่า แมนฯ ซิตี ต่อสายตรงหา วิลลา…

ซีอีโองูใหญ่ยันชัดไม่ขาย “ลูกากู”

เบปเป มารอตตา ประธานฝ่ายบริหารของ อินเตอร์ มิลาน แชมป์กัลโช เซเรีย อา อิตาลี ยืนยัน โรเมลู ลูกากู หัวหอกทีมชาติเบลเยียม ไม่ได้มีไว้ขาย และจะอยู่ล่าตาข่ายในถิ่น จูเซปเป เมอัซซา ต่อไปอย่างแน่นอนในฤดูกาลใหม่ ลูกากู ระเบิดฟอร์มยิงไปถึง…